Taking too long? Close loading screen.

Asst. Prof. Duangjai Jitkongchuen, PhD

Senior Data Scientist & Capability Development Manager Government Big Data Institute (GBDi)

การใช้ Data ในการวางแผนฉีดวัคซีนโควิด-19

วัคซีน…คือทางออก เมื่อเกิดสถานการณ์การระบาดครั้งยิ่งใหญ่ของโรค โควิด-19 ไปทั่วประเทศไทย มาตรการใช้อาวุธ และสร้างเกราะป้องกัน คือ เว้นระยะห่าง สวมใส่แมสก์ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ตลอดเวลากว่าหนึ่งปี ก็ยังคงไม่เพียงพอต่อการจะเอาชนะสงครามไวรัสนี้ได้ วัคซีน …คือทางออกที่สำคัญยิ่ง และต้องเร่งฉีดให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทยทั้งประเทศ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เป็นจุดเริ่มต้นที่เป็น “ศูนย์กลาง” ของ “ความหวัง” และ “ความร่วมมือ” เพื่อให้คนไทยปลอดภัยแข็งแรง นำพาพี่น้องคนไทยได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ คืนอ้อมกอดอันอบอุ่นให้กับทุกครอบครัวและนำประเทศไทยให้ก้าวต่อไปสู่อนาคตที่มั่นคง เตรียมการแค่ 3 วัน ระดมทุกข้อมูล ขุดประสบการณ์เก่า ใช้งานทุกตัวเลข ช่วงที่มีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อนั้น หน่วยงานอื่น ๆ ของกรมการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีภาระในการรักษาผู้ป่วยเกือบทั้งหมดแล้ว หน่วยงานที่ยังพอมีกำลังคนก็จะมีเพียงสถาบันโรคผิวหนัง สถาบันทันตกรรม สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ด้วยเหตุนี้ ทางผู้บริหารจึงได้มอบหมายให้สถาบันโรคผิวหนังเข้ามารับผิดชอบการดำเนินงานของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทีมงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มลงไปสำรวจสถานที่จริงในวันที่ 21 พ.ค. 2564 เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถตั้งจุดลงทะเบียน จุดฉีดวัคซีนได้กี่จุด ต้องใช้พื้นที่เท่าไหร่ ต้องเตรียม Facility รองรับอย่างไร จากนั้นจึงกลับมาทำการบ้าน และวางแผน  …

การใช้ Data ในการวางแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 Read More »

Big Data และ AI สามารถปรับปรุงความปลอดภัยของแอปพลิเคชันบนมือถือได้จริงหรือไม่?

ในปัจจุบันมีการใช้แอปพลิเคชันบนมือถือมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ Mobile E-commerce ไปจนถึง Social Media โดยคนทั่วไปใช้เวลาบนแอปพลิเคชันบนมือถือประมาณ 4.8 ชั่วโมงต่อวัน โดยใน Google Play Store มีแอปพลิเคชันมากถึง 3.48 พันล้านแอป และใน Apple App Store มีแอปพลิเคชัน 1.96 ล้านแอปให้เลือกใช้ด้วยกัน แอปพลิเคชันเหล่านั้นมีปัญหาด้านระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง และเทคโนโลยีทางด้าน Big Data หรือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่ ( big data ประโยชน์ ) เหตุใดแอปพลิเคชันบนมือถือจึงมีแนวโน้มที่จะถูกแฮก จากรายงานพบว่า แอปพลิเคชันของร้านค้าต่าง ๆ 90% ใน Google Play Store และ 35% ใน Apple App Store ถูกแฮก ซึ่งมีปัจจัยมากมายที่จะทำให้เกิดการแฮกบนมือถือ หนึ่งในนั้นคือการเขียน Code …

Big Data และ AI สามารถปรับปรุงความปลอดภัยของแอปพลิเคชันบนมือถือได้จริงหรือไม่? Read More »

Computational Psychology ศาสตร์ใหม่เรียนรู้ใจจากข้อมูล

Computational Psychology คืออะไร คำว่า Computational Psychology ถึงแม้ว่าราชบัณฑิตจะบัญญัติภาษาไทยไว้ว่า จิตวิทยาคอมพิวเตอร์ [1] แต่ผู้เขียนคิดว่าความหมายที่สื่อความได้ดีกว่าน่าจะเป็น จิตวิทยาเชิงคำนวณ คือ การศึกษาจิตวิทยาด้วยกระบวนวิธีการคำนวณและวิเคราะห์จากข้อมูลจำนวนมากต่าง ๆ ที่ผ่านมา การศึกษาด้านจิตวิทยาจะใช้การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามหรือบันทึกจากการทดลอง แล้วนำสถิติมาใช้ในการแปลผลข้อมูลเหล่านั้น ด้วยความที่การแจกแบบสอบถามและการทดลองใช้เวลามาก ต้นทุนสูง ข้อมูลที่เก็บได้จึงมีจำนวนไม่มากนัก อีกทั้งส่วนใหญ่ผู้ถูกศึกษายังจำกัดอยู่ในประชากรกลุ่มเล็ก บ่อยครั้งผลการศึกษาที่ได้มานั้นมักปรับใช้ได้กับบางบริบทเท่านั้น ในวงการวิชาการมีคำกล่าวว่างานวิจัยด้านจิตวิทยาในยุคก่อนนั้นมีความ WEIRD ซึ่งย่อมาจาก Western-Industrialized-Rich-Democratic เรียกอีกอย่างว่าเป็นงานวิจัยที่ทำกับ ทำโดยและทำเพื่อชาวตะวันตกในประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยและอยู่ในสังคมประชาธิปไตย ทำให้เกิดคำถามว่าผลการศึกษาเหล่านั้นสามารถปรับใช้กับคนได้ทั่วโลกจริงหรือ ทว่าในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และความก้าวหน้าด้าน Big Data และ ปัญญาประดิษฐ์ AI ต่าง ๆ (ในบทความนี้ขอกล่าวรวม Machine Learning เป็นส่วนหนึ่งของ AI) ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ผ่านเครื่องมือ Crowdsourcing ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย หรือจะเป็นการเก็บข้อมูลจากพฤติกรรมดิจิทัลที่สามารถบันทึกได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาของอาสาสมัครวิจัย อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ผลจากข้อมูลจำนวนมาก ด้วยกรรมวิธีการที่ซับซ้อนกว่าเดิมจึงทำให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกซึ่งไม่สามารถทำได้ในสมัยก่อน ตัวอย่างงานวิจัยและการประยุกต์ใช้ Computational …

Computational Psychology ศาสตร์ใหม่เรียนรู้ใจจากข้อมูล Read More »

การเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลผ่าน RStudio ด้วย R Package “odbc”

สำหรับผู้ใช้ภาษา R และโปรแกรม RStudio ในงานวิเคราะห์ข้อมูล บทความนี้จะขอแนะนำ R package ชื่อ odbc ที่เป็นหนึ่งใน package ที่นิยมในการเชื่อมต่อและ query ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล (database system) ที่เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย อาทิเข่น SQL Server, Oracle, MySQL, PostgreSQL, SQLite, Hive, Impala เป็นต้น คำว่า ODBC ย่อมาจาก Open Database Connectivity ดังนั้น R package “odbc” จึงเป็น package ที่สามารถที่ใช้กับระบบฐานข้อมูลได้หลากหลายต่างจาก R package เช่น RPostgres RMariaDB, หรือ bigrquery ที่ใช้เฉพาะเจาะจงกับระบบฐานข้อมูลของตัวเองเท่านั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า R package “odbc” จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้ภาษา R …

การเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลผ่าน RStudio ด้วย R Package “odbc” Read More »

วิเคราะห์ NFT: ความเข้าใจในมูลค่าสินทรัพย์

ตามหลักการแล้ว มูลค่าของ Non-Fungible Token (NFT) หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัวในทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะมองมันอย่างไร โดยเมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าของ NFT ชิ้นหนึ่งจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้แน่ชัด ( NFT คือ ) ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แนวคิดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัว (NFT) ได้กลายเป็นตัวแทนของนวัตกรรมเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้ ตามแก่นแท้ของ NFT คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้น ซื้อขาย และแลกเปลี่ยนในตลาด Blockchain ส่วนใหญ่ผ่านทางสกุลเงินคริปโต เช่น Ethereum เป็นต้น การผสมผสานเทคโนโลยี Blockchain เข้าด้วยกันสามารถทำให้ผู้ใช้สามารถพิสูจน์ได้ว่า NFT แต่ละชิ้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลของแท้ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ Blockchain ยังสามารถช่วยตามรอยเจ้าของคนก่อน ๆ ได้อีกด้วย ตั้งแต่มีการเปิดตัวในวงกว้างในปี 2017 ผ่านทางเกม เช่น Axie Infinity, CryptoKitties, และ My Crypto Heroes เป็นต้น NFT ก็ได้รับความนิยมอย่างมากมายมหาศาลจากคนทั่วโลก จากการประสบความสำเร็จในการผสมผสานเข้ากับโลกแห่งศิลปะดิจิทัล NFT บางชิ้นสามารถขายได้หลายล้าน หรือแม้กระทั่งหลายสิบล้านดอลลาร์ …

วิเคราะห์ NFT: ความเข้าใจในมูลค่าสินทรัพย์ Read More »

เทคนิคการสังเกตรูปภาพหรือวิดีโอใบหน้าที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี DeepFake

เทคโนโลยี “DeepFake” ได้ถูกนิยามในปี พ.ศ. 2560 เมื่อนักวิจัยได้เริ่มนำโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึก (Deep Neural Networks) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางปัญญาประดิษฐ์สมัยใหม่มาปรับใช้กับการตกแต่งรูปภาพหรือวีดิโอใบหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลงการแสดงสีหน้า ท่าทาง หรือแม้แต่คำพูด ในปัจจุบันเทคโนโลยี DeepFake ได้ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นและสามารถตัดต่อรูปภาพและวีดีโอใบหน้าได้โดยง่าย โดยที่ DeepFake สมัยใหม่นั้นต้องการเพียงแค่รูปภาพใบหน้าตรงเพียง 1 ภาพในการดัดแปลงรูปภาพและตัดต่อวีดิโอ และแม้แต่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถทำได้ โดยวิดีโอที่ถูกดัดแปลงนั้นยังมีความสมจริงจนทำให้การตรวจสอบความถูกต้องของวิดีโอนั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งความสมจริงของวีดิโอเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของสื่อดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีกลุ่มมิจฉาชีพได้พยายามหลอกหลวงประชาชนด้วยรูปแบบต่าง ๆ เราอาจได้เห็นข่าวที่มิจฉาชีพเริ่มนำเอาเทคโนโลยี DeepFake มาปลอมเป็นตำรวจเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินมากขึ้น ดังนั้นการตระหนักและรู้เท่าทันถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี DeepFake จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในยุคปัจจุบัน ทีมวิจัยจาก mit meadia lab ได้ตั้งข้อเสนอแนะสำหรับเทคนิคในการสังเกตรูปภาพหรือวิดีโอที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี DeepFake ไว้ดังนี้ สังเกตความเรียบและรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้มและหน้าผากว่ามีความสัมพันธ์กันทั้งหมดและมีความสอดคล้องกับลักษณะผิวพรรณอื่นนอกจากใบหน้าหรือไม่ เพราะว่า DeepFake มักไม่ใส่ใจในรายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งในวิดีโอที่อยู่ห่างไกลกัน สังเกตความสอดคล้องกันของการเคลื่อนไหวของดวงตาและคิ้ว ลักษณะของแสงเงาว่ามีความสอดคล้องกับพื้นผิวอื่นในวิดีโอหรือไม่ เพราะปกติ DeepFake มักจะไม่สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ทางกายภาพของแสงและเงาได้ทั้งหมด ในกรณีที่วิดีโอสวมใส่แว่น เราสามารถสังเกตการสะท้อนแสงของแว่นว่ามีความสัมพันธ์กันของทิศทางของแสงในวิดีโอหรือไม่ สังเกตุลักษณะของผม คิ้ว ว่ามีความสมจริงตามหลักฟิสิกส์หรือไม่เพราะข้อมูลเหล่านี้มักจะถูกทำให้ดูเสมือนจริงด้วย DeepFake ได้ยาก สังเกตการกระพริบตาว่าดูสมจริงและมีอัตราการกระพริบตาที่มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ เพราะว่า …

เทคนิคการสังเกตรูปภาพหรือวิดีโอใบหน้าที่ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี DeepFake Read More »